
ขณะนี้มีการตรวจพบการระบาดของ มอดเจาะผลกาแฟ ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งเป็นศัตรูพืชตัวฉกาจที่สามารถสร้างความเสียหายต่อผลผลิตได้สูงถึง 50% หากปล่อยไว้จะทำให้ผลกาแฟร่วงหล่น ติดเชื้อรา และเสียคุณภาพอย่างมาก
🛑 สิ่งที่เกษตรกรควรทำทันที:
หมั่นสำรวจแปลงปลูก: ตรวจเช็กผลกาแฟอย่างสม่ำเสมอว่ามีรอยเจาะหรือความผิดปกติหรือไม่
เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด: ปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันและกำจัดแบบผสมผสาน (ตามเอกสารแนบในรูปภาพ)
แจ้งเจ้าหน้าที่: หากพบการระบาดหรือลักษณะความเสียหายในแปลงของท่าน
📞 ติดต่อสอบถาม/แจ้งเหตุ
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม หรือพบการระบาดในพื้นที่ สามารถติดต่อได้ที่:
สำนักงานเกษตรอำเภอนาด้วง
โทร: 042-887032

ความเสียหายที่ต้องระวัง:
มอดเจาะเข้าไปวางไข่และกัดกินเมล็ดจนเสียหาย
ผลกาแฟร่วงก่อนกำหนด
เสี่ยงต่อการติดเชื้อราและแบคทีเรียซ้ำเติม
3 มาตรการป้องกันเบื้องต้น:
หมั่นสำรวจ: เก็บผลกาแฟที่หล่นตามพื้นมาเผาทำลาย เพื่อตัดวงจรการขยายพันธุ์
ตากให้แห้ง: ตากเมล็ดให้แห้งสนิทก่อนนำไปจัดเก็บในโรงเรือนที่สะอาด
แจ้งเจ้าหน้าที่: หากพบการระบาดผิดปกติ รีบแจ้งเกษตรอำเภอทันที!

เตือนภัยชาวสวนกาแฟ! รับมือ “มอดเจาะผลกาแฟ” ศัตรูตัวจิ๋วที่ทำลายรายได้มหาศาล
รู้หรือไม่? มอดเจาะผลกาแฟตัวเล็กเพียง 1.2 – 1.5 มม. สามารถทำความเสียหายให้ผลผลิตได้สูงถึง 50% ด้วยวงจรชีวิตที่สั้นและขยายพันธุ์เร็วถึง 8-9 รุ่นต่อปี หากไม่เร่งป้องกัน กาแฟในสวนของคุณอาจเสียหายจนเสียราคาได้!
สังเกตและป้องกัน… ก่อนสายเกินแก้
ลักษณะ: ตัวเต็มวัยสีดำ เจาะเข้าไปกินเนื้อในเมล็ดกาแฟ
ความเสียหาย: เมล็ดพรุน คุณภาพต่ำ ผลร่วงง่าย และเสี่ยงต่อการติดเชื้อรา
3 ขั้นตอนการจัดการอย่างยั่งยืน
รักษาความสะอาดแปลง (หัวใจสำคัญ): เก็บผลกาแฟที่ร่วงตามพื้นและผลที่ค้างบนต้นให้หมด เพื่อทำลายแหล่งเพาะพันธุ์
วางกับดักสารล่อ: ใช้เมทิลแอลกอฮอล์ผสมเอทิลแอลกอฮอล์ (อัตราส่วน 1:1) แขวนสูงจากพื้น 1.0 – 1.5 เมตร
ควบคุมด้วยวิธีชีวภาพ: ฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอเรียอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ในช่วงติดผลจนถึงเก็บเกี่ยว
อัตราส่วนการใช้สารฉีดพ่น (ต่อน้ำ 20 ลิตร)
สายชีวภาพ: เชื้อราบิวเวอเรีย DOA B18 จำนวน 1 ถุง (400 กรัม)
สารเคมี (หากจำเป็น): สารโตรอะโซฟอส 40% EC จำนวน 40 มิลลิลิตร
ช่วยกันดูแลสวน เพื่อกาแฟคุณภาพดีและรายได้ที่ยั่งยืนของพวกเรา! ![]()